Unseen G”mm’ Grammy Part 2

posted on 22 Aug 2008 08:58 by l3l2eeze-iizz
เรื่องที่คุณ(อาจ)ไม่เคยรู้ เกี่ยวกับ แกรมมี่ ตอนที่2

- ในปีพ.ศ. 2534 มีนักร้อง Diva’s ของไทยได้ออกอัลบั้มพร้อมกันถึง 5 คนคือ
  1.ตู่ นันทิดา แก้วบัวสาย ในอัลบั้มชุด ขอเป็นคนหนึ่ง
  2.มิ้นท์ มาลีวัลย์ เจมีน่า ออกอัลบั้มชุด ปรารถนาและอารมณ์
  3.ก้อย ศรัณย่า ส่งเสริมสวัสดิ์ ออกอัลบั้ม ต่างกันที่เวลา
  4.บุปผา ธรรมบุตร ออกอัลบั้มชุด ทางสายรัก และ
  5.อรวี สัจจานนท์ ออกอัลบั้มชุด ความรัก สายน้ำเสียงสะอื้น

- โอ อนุชิต เคยเป็นแดนเซอร์ของค่าย และมีสัญญาเป็นนักร้องของค่ายโดยตอนแรก
  ถูกวางโครงการเป็น ทรีโอ ป๊อปร่วมกับ ท้อป ณัฐเศษฐ (หมดสัญญาและไม่ต่อ)
  และโอเด็ต (ซึ่งได้ออกอัลบั้มไปแล้ว) ซึ่งพอหมดสัญญาโอก็ต่อสัญญาจนถึงปัจจุบัน
  โดยที่โอ มีผลงานออกมา3เพลงในตอนนี้คือ
  1.อยู่ที่ใจ (เพลงประกอบละคร ฟ้า หิน ดิน ทราย - อยู่ในอัลบั้ม
Voices Drama2)
  2.เพลงเกิดเป็นคนทั้งที (เพลงประกอบละครเปลวไฟในฝัน)
  3.เพิ่งรู้จัก (อยู่อัลบั้มรวมในเพลงประกอบละคร
พรุ่งนี้ไม่สาย...ที่จะรักกัน)
- และวงทรีโอที่มี โอ อนุชิต,ท้อป ณัฐเศษฐ และ โอเด็ต มีผลงานแค่เพลงเดียวอยู่ใน
  อัลบั้มรวมเพลงประกอบภาพยนตร์ 15ค่ำ เดือน11 ที่โอ อนุชิต แสดง
- บริษัทผลิตภาพยนตร์ของแกรมมี่ มีมาแล้ว3ครั้ง คือ
  1.
Grammy Film (หนังที่สร้างเช่น คู่กรรม,ยุวชนทหาร เปิดเทอมไปรบ ฯลฯ)
  2.
G”mm’ Picture (หนังที่สร้างเช่น กุมภาพันธ์,15ค่ำ เดือน 11 ฯลฯ) และกับล่าสุด
  3.
GTH ซึ่งมาจากอักษรตัวแรกของสามบริษัทที่มารวมกัน คือ GMM,
  ไท เอ็นเตอร์เทนเม้นท์(บริษัทที่ดูแลด้านภาพยนตร์ของแกรมมี่มาแต่แรก)และ หับ โฮ่ หิ้น

Unseen GTH(G"MM' Tai Hub) Part1

posted on 22 Aug 2008 08:57 by l3l2eeze-iizz
เรื่องที่คุณยังอาจไม่เคยรู้ เกี่ยวกับค่ายหนัง ของสังกัดเพลงดัง อย่างแกรมมี่ ตอนที่1

- ชื่อบริษัทมาจากอักษรตัวแรกของสามบริษัทที่มารวมกัน คือ GMM,
  ไท เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ (บริษัทที่ดูแลด้านภาพยนตร์ของแกรมมี่มาตั้งแต่แรก) และ หับ โฮ่ หิ้น
- เร็วๆนี้
GTHจะผลิตซิทคอม โดยแว่วๆมาว่ามีชื่อว่า เนื้อคู่...ประตูถัดไปซึ่งจะจับพระเอก
  สุดติสของค่าย ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ มาคู่กับ พอลล่า เทเลอร์ โดยมีผู้จัดและแสดงชื่อ
  โอปอล์ ปนิศรา พิมปรุ
- และเรื่องนี้มีนักแสดงชื่อ แจ็ค แฟนฉัน แน่นอน ไม่ต้องห่วง
- คนเบื้องหลังที่อยู่ดีๆ ก็กลายมาเป็นนักแสดงของค่าย มีเต๋อ ฉันทวิทย์
  คนที่แสดงเป็นจิ๋มใหญ่ในแจ๋ว รวมถึงแอน โสรยา (ผู้กำกับ
Final Score แสดงใน มหาลัย 
  เหมืองแร่ ฉากพระเอกนั่งสองแถวเข้าไปในเหมืองแร่)และอีกหลายๆคน
- คนที่แสดงเป็นจิ๋มใหญ่ในภาพยนตร์เรื่องแจ๋วเป็นทีมงานของ ยงยุทธ ทองกองทุน
  ตั้งแต่เรื่องสตรีเหล็ก2 ตอนอยู่ไท เอ็นเตอร์เทนเม้นท์แล้ว...
- ภาพยนตร์ที่ทำเงินมากที่สุดของค่าย คือ แฟนฉัน
- และภาพยนตร์เรื่องแรกนี้ เป็นการทำงานครั้งแรกของสามบริษัทโดยทำนามของ
  สามบริษัทที่ร่วมกัน(ไม่เหมือนปัจจุบัน) ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของค่าย และนักแสดงมากมาย
- ไมเคิล จิรชัช เจียรถาวร สนิทกับแน็ค ชาลี เอามากๆ จากการร่วมงานกันใน
เด็กหอ
- กลุ่มผู้กำกับแฟนฉัน (หรือกลุ่มหรือบริษัท 365 Film)จบจาก มหาวิทยาลัยจุฬา และมีโอกาส  
  ได้เรียนกับอาจารย์ที่ชื่อ เก้ง จิระ มะลิกุล เป็นรุ่นสุดท้ายของคณะ ซึ่งตอนหลังก็ได้มาร่วมงาน  
  กันในค่าย
- แอน โสรยา (ผู้กำกับ
Final Score)ก็เป็นศิษย์รั้วจามจุรี รุ่นต่อจากกลุ่ม365เหมือนกัน ซึ่งแอนก็
   แอบบ่นเสียใจเหมือกันว่า
เสียดายที่หนูเรียนช้าไป... ไม่งั้นได้เรียนกับพี่เก้งแล้ว ทำไมพี่เก้ง
   รีบเลิกสอนล่ะ มาสอนรุ่นหนูก่อนค่อยเลิก

Credit:WorawuT Bodindecha (Sing Singhaseni) Comp Lerning #39 Age KdM Gang

พระราชบัญญัติภาพยนตร์

posted on 14 Aug 2008 20:50 by l3l2eeze-iizz

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการดำรัสเหนือเกล้าฯ ให้ประกาศจงทราบทั่วกันว่า

โดยที่ทรงพระราชดำริเห็นสมควรควบคุมการทำและฉายภาพยนตร์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยบทมาตราต่อไปนี้
         มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า “พระราชบัญญัติภาพยนตร์ พ.ศ. 2473”
         มาตรา 2 ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2474 เป็นต้นไป
         มาตรา 3 ในพระราชบัญญัตินี้
                       “เสนาบดี” หมายความว่า เสนาบดีผู้มีหน้าที่รักษาการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้
                       “ฉาย” หมายความว่า ฉายโดยใช้เครื่องฉายภาพยนตร์หรือเครื่องอย่างอื่นทำนองเดียวกัน
                       “สถานที่มหรสพ” หมายความว่า สถานที่ใดๆ ซึ่งฉายภาพยนตร์ให้คนดู โดยไม่เก็บหรือเก็บเงินค่าดู โดยเชิญหรือไม่เชิญก็ตาม

          บทวิเคราะห์ศัพท์ในมาตรา 3 นี้ ถูกยกเลิกและใช้ความใหม่แทนโดยมาตรา 3 แห่งพรบ.ภาพยนตร์ (ฉบับที่ 2 ) พ.ศ. 2479

มาตรา 4 ท่านห้ามมิให้ทำ หรือฉาย หรือแสดง ณ สถานที่มหรสพซึ่งภาพยนตร์หรือประกาศ ประกอบด้วยลักษณะการฝ่าฝืนหรืออาจฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอัน ดี ถึงแม้เพียงว่าการทำหรือการฉาย หรือการแสดงภาพยนตร์หรือการประกาศนั้นๆน่าจะมีผลเช่นว่านั้นท่านก็ห้ามดุจ กัน
ภาพยนตร์หรือการประกาศที่ทำในพระราชอาณาจักร ถ้ามีลักษณะหรืออาจมีผลเช่นว่านี้ไซร้ ท่านห้ามมิให้นำหรือส่งออกนอกพระราชอาณาจักร

มาตรา 5 ภายในบังคับมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัตินี้ นอกจากที่ได้รับใบอนุญาตก่อนแล้ว ท่านห้ามมิให้
                (1) ฉายภาพยนตร์ ณ สถานที่มหรสพ
                (2) นำหรือส่งภาพยนตร์ซึ่งทำในพระราชอาณาจักรออกนอกพระราชอาณาจักร
                (3) ประกาศด้วยภาพหรือรูปถ่ายแสดงเรื่องของภาพยนตร์ จะติดประกาศนั้นๆ ไว้ในที่เปิดเผย หรือแจก หรือสำแดงด้วยวิธีใดๆก็ตาม
ความใน(3) แห่งมาตรา 4 นี้ ถูกยกเลิกและใช้ความใหม่แทนโดยมาตรา 4 แห่งพรบ.ภาพยนตร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2479

มาตรา 6 เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ เสนาบดีมีอำนาจตั้งนายตรวจ เจ้าพนักงานผู้พิจารณา และสภาพิจารณาภาพยนตร์

สภาพิจารณาภาพยนตร์นั้นให้มีเจ้าพนักงานกระทรวงมหาดไทย และเจ้าพนักงานอื่นหรือบุคคลใด ซึ่งเสนาบดีเห็นสมควรตั้งเป็นกรรมการ ท่านว่าในการประชุมของสภาพิจารณาภาพยนตร์นั้น ต้องมีกรรมการสามคนอย่างน้อยคนหนึ่งเป็นเจ้าพนักงานกระทรวงมหาดไทย จึงเป็นองค์ประชุมได้
ความในมาตรา 6 เดิมนี้ถูกยกเลิกและใช้ความใหม่แทนแล้วโดยข้อ 2 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 205

มาตรา 7 เมื่อนายตรวจเห็นว่าภาพยนตร์ใดมีลักษณะฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติมาตรา 4 ให้มีอำนาจ
                (1) ห้ามมิให้มีภาพยนตร์นั้นต่อไป
                (2) ยึดภาพยนตร์ที่ทำเสร็จแล้วหรือที่ยังไม่เสร็จ และส่งภาพยนตร์นั้นๆ แก่เจ้าพนักงานผู้พิจารณา ขอให้พิจารณา

มาตรา 8 ให้เจ้าพนักงานผู้พิจารณา พิจารณาภาพยนตร์และประกาศซึ่งกล่าวในมาตรา 5
และ 7 ตามลำดับวันที่ขอมา และต้องให้คำวินิจฉัยภายในกำหนดสามวัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอเป็นต้นไป
ถ้ามีพฤติการณ์พิเศษ เจ้าพนักงานผู้พิจารณาจะพิจารณาและให้คำวินิจฉัยภายในสามวันที่กล่าวแล้วนั้นไม่ได้ไซร้ ท่านให้มีอำนาจยืดเวลาออกไปอีกได้ไม่เกินสิบห้าวัน และให้รายงานการยืดเวลาต่อเสนาบดีทันที
ความในมาตรา 8 เดิมนี้ ถูกยกเลิกและใช้ความใหม่แทนแล้วโดยข้อ 3 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 205

มาตรา 9 การพิจารณาตามความในมาตรา 8 นั้น ให้เจ้าพนักงานพิจารณาในสถานที่ของผู้ขอใบอนุญาต หรือในสถานที่ซึ่งเสนาบดีจัดไว้ แล้วแต่เจ้าพนักงานผู้พิจารณาจะเห็นสมควร
เวลาพิจารณาห้ามมิให้ผู้ใดเข้าไปในสถานที่นั้น เว้นแต่ตัวเจ้าพนักงานผู้ช่วยเจ้าพนักงาน ผู้ซึ่งเจ้าพนักงานเชิญมาช่วยพิจารณา ผู้ขอใบอนุญาตและคนรับใช้ของผู้ขอใบอนุญาต
ความในมาตรา 9 เดิมนี้ถูกยกเลิกและใช้ความใหม่แทนแล้วโดยข้อ 3 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 205

มาตรา 10 ให้เจ้าพนักงานผู้พิจารณามีอำนาจ
                  (1) สั่งคืนภาพยนตร์ที่นายตรวจยึดไว้ให้แก่ผู้ทำ หรือออกใบอนุญาตให้ตามที่ขอไว้
เมื่อเห็นว่าภาพยนตร์หรือประกาศนั้นไม่มีลักษณะฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติมาตรา 4 ในกรณีเช่นนี้ให้เจ้าพนักงานผู้พิจารณาประทับตราไว้ที่ภาพยนตร์หรือที่ประกาศนั้นเป็นสำคัญ
ความในมาตรา 10 (1) นี้ มีความเพิ่มขึ้นเป็นวรรคสองโดยมาตรา 5 แห่งพรบ.ภาพยนตร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2479
                  (2) สั่งยืนตามคำสั่งของนายตรวจที่ให้ยึดภาพยนตร์นั้น หรือยกคำร้องขอใบอนุญาตเสีย เมื่อเห็นว่าภาพยนตร์หรือประกาศนั้นมีลักษณะฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติมาตรา 4
ถ้าเจ้าพนักงานผู้พิจารณาเห็นว่าภาพยนตร์บางตอนมีลักษณะฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติมาตรา 4 แล